ที่มาภาพ:www.kapook.com
นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ครั้งที่ 3/2556
ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงและหน่วยงานเกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน โดยที่ประชุม ในวันนี้ ได้พิจารณา 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ แนวทางการเข้าถึงบริการคุมกำเนิดของวัยรุ่น
ทั้งกึ่งถาวรและชั่วคราว และแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ระยะ 5
ปี พ.ศ.2557-2561นายแพทย์ประดิษฐกล่าวว่า
“ขณะนี้พบว่าวัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้น
และอายุน้อยลงเรื่อยๆ เกิดปัญหาการตั้งครรภ์ตามมา ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากไม่ได้ป้องกันร้อยละ
46 คุมกำเนิดไม่สม่ำเสมอร้อยละ 28 เหตุที่ไม่คุมกำเนิด
เนื่องจากขาดความรู้ในการคุมกำเนิดร้อยละ 9 และเข้าใจผิดว่ามีเพศสัมพันธ์ครั้งเดียวไม่ตั้งครรภ์
หรือหากใช้ถุงยางจะขัดขวางความรู้สึกทางเพศ
และไม่รู้ว่าตนเองจะมีโอกาสตั้งครรภ์เมื่อใด นอกจากนี้ วัยรุ่นยังไม่กล้าเข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อขอรับบริการคุมกำเนิด
ส่งผลให้วัยรุ่นส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงบริการคุมกำเนิดได้ โดยในปี พ.ศ.2555
มีแม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 15 ปีคลอด 3,725
คน เฉลี่ยวันละ 10 คน แม่วัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20
ปีคลอดลูก 133,176 คน หรือเฉลี่ยคลอดวันละ 365
คน และมีแม่วัยรุ่นคลอดลูกซ้ำปีละ 15,443 คน
หรือเฉลี่ยวันละ 42 คน”
เรื่องเร่งด่วนที่จะทำในปีนี้
แบ่งออกเป็น 2 มาตรการ คือมาตรการระยะสั้น
คือการป้องกันการตั้งครรภ์
โดยให้วัยรุ่นเข้าถึงอุปกรณ์ป้องกันที่สำคัญคือถุงยางอนามัย
จะต้องเข้าไปติดตั้งในจุดที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น ศูนย์การค้า
ห้องน้ำในโรงเรียนต่างๆ โดยทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงศึกษาธิการ
และสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าเป็นการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
ส่วนในระยะยาว ต้องให้การศึกษาเรื่องเพศศึกษากับเด็ก แบ่งออกเป็น 2 อย่าง เรื่องการป้องกันการควบคุมไม่ให้มีเพศสัมพันธ์
โดยทำให้เป็นเนื้อหามาตรฐานการเรียนการสอนของกระทรวงศึกษาธิการ
และฝึกอบรมครูไปเป็นวิทยากรพิเศษในห้องเรียน
กระทรวงสาธารณสุขจะให้การสนับสนุนเรื่องของอุปกรณ์ บุคลากร เช่น แพทย์ พยาบาล
ในการจัดอบรม หรือพัฒนาทำเป็นสื่อการสอนสำเร็จรูป เผยแพร่บนอินเตอร์เน็ต
เว็ปไซต์เป็นรูปแบบการเข้าถึงได้ง่าย
เนื่องจากนักเรียนขณะนี้เรียนผ่านทางอินเตอร์เน็ต
จุดมุ่งหมายมุ่งหมายคือให้วัยรุ่นเหล่านี้ โดยเฉพาะอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ได้เรียนรู้ในเรื่องของการป้องกันการตั้งครรภ์ก่อน
ที่มา :
http://www.hfocus.org/content/2013/09/4642#sthash.iIDjcgU0.dpuf

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น